ข้อดีของการจดทะเบียนที่เยอรมนีคือ คู่หมั้นไม่ต้องเดินทางมาไทย โดยหลักการคือ จะส่งเอกสารที่ผ่านการรับรองและแปลแล้ว พร้อม หนังสือมอบอำนาจ และ สำเนาพาสปอร์ตที่รับรองโดยสถานทูตเยอรมัน ไปให้คู่หมั้น คู่หมั้นนำไปแจ้งความประสงค์จะจดทะเบียนสมรสที่สำนักทะเบียน จากนั้นสำนักทะเบียนและศาลจะตรวจสอบเอกสาร เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว สำนักทะเบียนจะออก ใบนัดจดทะเบียนสมรสพร้อมระบุวันจดทะเบียนสมรส ซึ่งฝ่ายไทยต้องใช้ตัวจริงในการยื่นขอวีซ่า

ขั้นตอนการรับรองเอกสารฝ่ายไทย (อำเภอ → กรมการกงสุล → สถานทูตเยอรมัน → แปล) ใช้เหมือนกันทั้งการจดที่ไทยและที่เยอรมนี อ่านรายละเอียดได้ที่ ขั้นตอนการรับรองเอกสารทั้งหมด

ขั้นตอนทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ

1. คู่หมั้นสอบถามสำนักทะเบียนในเมืองที่ตนพำนัก

ขั้นตอนแรกไม่ใช่การขอเอกสาร แต่คือการสอบถาม สำนักทะเบียน (Standesamt) แต่ละแห่งในเยอรมนีเรียกเอกสารไม่เหมือนกัน และมีสิทธิ์เรียกเอกสารเพิ่มเติมได้ ควรให้คู่หมั้นสอบถามและขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เพื่อไม่ให้ฝ่ายไทยต้องขอเอกสารซ้ำ

2. ฝ่ายไทยขอเอกสารที่อำเภอหรือสำนักงานเขต

ขอเอกสารตัวจริงหรือสำเนาที่มีตราประทับรับรองจากอำเภอ/เขต รายการเอกสารขึ้นอยู่กับสถานภาพของท่าน — โสด · หย่าร้าง · หม้าย · คู่รักเพศเดียวกัน

3. รับรองที่กรมการกงสุล แล้วรับรองที่สถานทูตเยอรมัน และแปล

เอกสารต้องผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (จองคิวล่วงหน้า) จากนั้นรับรองที่สถานทูตเยอรมันในกรุงเทพฯ และ แปลเป็นภาษาเยอรมันโดย thailaendisch.de นักแปลที่ผ่านการสาบานตนจากศาลเยอรมัน

4. จัดทำหนังสือมอบอำนาจและสำเนาพาสปอร์ตรับรองโดยสถานทูต

  • หนังสือมอบอำนาจให้แจ้งความประสงค์จะจดทะเบียนสมรส (Vollmacht zur Anmeldung der Eheschließung) — มอบอำนาจให้คู่หมั้นดำเนินการแจ้งความประสงค์ที่สำนักทะเบียนแทนท่าน
  • สำเนาหน้าพาสปอร์ตที่รับรองโดยสถานทูตเยอรมัน — ต้องเป็นการรับรองจากสถานทูตเยอรมันในกรุงเทพฯ สำเนาที่รับรองด้วยตนเองหรือรับรองโดยหน่วยงานอื่นใช้ไม่ได้

ท่านสามารถจัดทำหนังสือมอบอำนาจที่สำนักงานของเราในกรุงเทพฯ ได้ เราจัดเตรียมแบบฟอร์มตามที่สำนักทะเบียนเยอรมันต้องการ และดำเนินการรับรองสำเนาพาสปอร์ตที่สถานทูตแทนท่าน

5. ส่งเอกสารทั้งหมดให้คู่หมั้น

เราจะส่งเอกสารฝ่ายไทยที่ผ่านการรับรองและแปลแล้ว พร้อมหนังสือมอบอำนาจและสำเนาพาสปอร์ตที่รับรองแล้ว ให้คู่หมั้นในเยอรมนี โดยที่ท่านยังไม่ต้องเดินทาง

6. คู่หมั้นแจ้งความประสงค์จะจดทะเบียนสมรสที่สำนักทะเบียน

เมื่อมีเอกสารครบ — เอกสารฝ่ายไทยที่ผ่านการรับรองและแปลแล้ว หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาพาสปอร์ตที่รับรองโดยสถานทูต — คู่หมั้นจึงนำไปยื่นต่อสำนักทะเบียนเพื่อ แจ้งความประสงค์จะจดทะเบียนสมรส (Anmeldung der Eheschließung)

จากนั้นเอกสารจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบ โดยสำนักทะเบียน และสำนักทะเบียนจะส่งเรื่องต่อไปยังศาลสูงประจำรัฐ เพื่อตรวจสอบว่าฝ่ายไทยมีคุณสมบัติสมรสได้ตามกฎหมายไทย ขั้นตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปกติ ไม่ใช่กรณีพิเศษ และเป็นช่วงที่ใช้เวลานาน

ศาลที่รับผิดชอบขึ้นอยู่กับรัฐที่คู่หมั้นพำนัก โดยทั่วไปคือ Oberlandesgericht (ศาลสูงประจำรัฐ) แต่ในกรุงเบอร์ลินเรียกว่า Kammergericht และในนครฮัมบวร์คและเบรเมินใช้ชื่อ Hanseatisches Oberlandesgericht ทั้งหมดนี้คือศาลระดับเดียวกัน ต่างกันเพียงชื่อเรียกตามประวัติศาสตร์ของแต่ละรัฐ ท่านไม่ต้องดำเนินการใด ๆ กับศาลโดยตรง สำนักทะเบียนเป็นผู้ส่งเรื่องให้

เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว สำนักทะเบียนจะออก ใบนัดจดทะเบียนสมรส — Bescheinigung über die Anmeldung zur Eheschließung อ่านว่า เบ-ไช-นิ-กุง อือเบอร์-ดี อัน-เมล-ดุง ซัวร์ เอ-เฮอ-ชลี-ซุง — โดยระบุวันนัดจดทะเบียนสมรสไว้ในเอกสาร คู่หมั้นต้องส่งตัวจริงของใบนัดนี้กลับมายังประเทศไทย เพราะฝ่ายไทยต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่า

7. ฝ่ายไทยยื่นขอวีซ่าผ่าน VFS Global

ฝ่ายไทยต้องใช้ ใบนัดจดทะเบียนสมรสตัวจริง ในการยื่นขอวีซ่า ประเภทของวีซ่าขึ้นอยู่กับแผนหลังสมรส (ดู หัวข้อถัดไป) การยื่นดำเนินการผ่าน VFS Global และต้องนัดหมายล่วงหน้า

8. เดินทางไปเยอรมนีและจดทะเบียนสมรส

จดทะเบียนตามวันนัดที่สำนักทะเบียน หลังจดทะเบียนแล้วท่านจะได้รับ Eheurkunde (ใบสำคัญการสมรสของเยอรมนี)

9. แจ้งบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่ประเทศไทย

การสมรสที่จดในเยอรมนียังไม่ปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ท่านต้องแจ้ง บันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนาเดิมของท่าน จะไปด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนก็ได้ รายละเอียดที่ การเปลี่ยนชื่อสกุลตามสามี

ข้อควรทราบ: การแจ้งบันทึกฐานะแห่งครอบครัวและการเปลี่ยนนามสกุลตามสามี ดำเนินการพร้อมกันในคราวเดียว ไม่ต้องแยกเป็นสองรอบ หลายคนไม่ทราบและเสียเวลาเดินทางซ้ำ

ให้เราดูแลงานเอกสารแทนท่าน

แปลและรับรองเอกสาร ยื่นและรับเอกสารที่กรมการกงสุลและสถานทูตเยอรมัน — ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

ต้องขอวีซ่าประเภทไหน?

หลายคนเข้าใจว่าต้องขอวีซ่าแต่งงานเสมอ ซึ่งไม่ถูกต้องทั้งหมด ประเภทของวีซ่าขึ้นอยู่กับว่าท่านจะอยู่ต่อในเยอรมนีหลังสมรสหรือไม่

วีซ่าเชงเก้น (เยี่ยมเยียน)วีซ่าแต่งงาน (วีซ่าประเภท D)
เหมาะกับเดินทางไปจดทะเบียน แล้วกลับประเทศไทยจดทะเบียนแล้วพำนักในเยอรมนีต่อ
ระยะเวลาพำนักสูงสุด 90 วันพำนักระยะยาว
ความรู้ภาษาเยอรมันไม่ต้องแสดงโดยทั่วไปต้องแสดงระดับ A1
ระยะเวลาพิจารณาสั้นกว่านานกว่า
ยื่นที่VFS GlobalVFS Global

หากท่านตั้งใจจะย้ายไปอยู่กับสามีในเยอรมนี ดูรายละเอียดที่ วีซ่าติดตามคู่สมรส และหากมีบุตร ดูที่ วีซ่าบุตรติดตามมารดา/บิดา เรื่องการเรียนภาษาเยอรมันระดับ A1 ดูที่ การเรียนภาษาเยอรมัน

ข้อควรระวังเฉพาะการจดทะเบียนที่เยอรมนี

  • สอบถามสำนักทะเบียนก่อนขอเอกสาร แต่ละแห่งเรียกไม่เหมือนกัน หากขอเอกสารไปก่อนโดยไม่ถาม อาจได้ไม่ครบหรือได้เกินความจำเป็น
  • สำเนาพาสปอร์ตต้องรับรองโดยสถานทูตเยอรมันเท่านั้น การรับรองสำเนาด้วยตนเอง หรือรับรองโดยอำเภอหรือโนตารีไทย สำนักทะเบียนเยอรมันไม่รับ
  • ใบนัดจดทะเบียนสมรสต้องใช้ตัวจริงในการขอวีซ่า สำเนาหรือไฟล์สแกนใช้ไม่ได้ คู่หมั้นต้องส่งตัวจริงกลับมาไทยทางไปรษณีย์ ควรเผื่อเวลาส่งไว้ด้วย และควรเลือกวิธีส่งที่ติดตามพัสดุได้
  • เอกสารต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน ณ วันที่ยื่นต่อสำนักทะเบียนเยอรมัน ไม่ใช่นับถึงวันที่แปลหรือวันที่รับรอง เนื่องจากขั้นตอนรับรองและแปลใช้เวลาหลายสัปดาห์ ควรวางแผนย้อนกลับจากวันที่จะยื่น
  • ขั้นตอนการตรวจสอบโดยศาลสูงประจำรัฐใช้เวลานานที่สุด และเป็นขั้นตอนที่เร่งไม่ได้ วันนัดจดทะเบียนจะกำหนดได้ก็ต่อเมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว จึงควรวางแผนล่วงหน้าให้มาก
  • อย่าลืมแจ้ง คร.22 ที่ไทย การสมรสในเยอรมนีไม่ปรากฏในทะเบียนราษฎรไทยโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจมีผลต่อเรื่องมรดก ทรัพย์สิน และสถานภาพของบุตร

หลังจดทะเบียนสมรสแล้ว

หากท่านต้องการจดทะเบียนที่ประเทศไทยแทน อ่านที่ จดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทย

ปรับปรุงล่าสุด: 28.08.2026 · ข้อมูลนี้เป็นคำแนะนำทั่วไป การวินิจฉัยที่มีผลผูกพันเป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจดทะเบียนที่เยอรมนี

ฝ่ายไทยต้องเดินทางไปเยอรมนีกี่ครั้ง

ครั้งเดียว คือเดินทางไปตามวันนัดจดทะเบียนสมรส ขั้นตอนก่อนหน้านั้นทั้งหมด คู่หมั้นดำเนินการที่สำนักทะเบียนแทนท่านได้ โดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจและสำเนาพาสปอร์ตที่รับรองโดยสถานทูตเยอรมัน

หนังสือมอบอำนาจทำที่ไหน และสำเนาพาสปอร์ตต้องรับรองที่ไหน

หนังสือมอบอำนาจจัดทำที่สำนักงานของเราในกรุงเทพฯ ได้ โดยเราใช้แบบฟอร์มตามที่สำนักทะเบียนเยอรมันต้องการ ส่วนสำเนาหน้าพาสปอร์ตต้องรับรองโดยสถานทูตเยอรมันเท่านั้น การรับรองสำเนาด้วยตนเอง หรือรับรองโดยอำเภอหรือโนตารีไทย สำนักทะเบียนเยอรมันไม่รับ

ใบนัดจดทะเบียนสมรสคืออะไร และใครเป็นผู้ออก

สำนักทะเบียนเยอรมันเป็นผู้ออก หลังจากตรวจสอบเอกสารเสร็จสิ้นแล้ว เอกสารฉบับนี้ระบุวันนัดจดทะเบียนสมรสไว้ด้วย และฝ่ายไทยต้องใช้ตัวจริงในการยื่นขอวีซ่า สำเนาหรือไฟล์สแกนใช้ไม่ได้ คู่หมั้นจึงต้องส่งตัวจริงกลับมายังประเทศไทยทางไปรษณีย์

ศาลตรวจอะไร และเราต้องติดต่อศาลเองไหม

สำนักทะเบียนจะส่งเรื่องต่อไปยังศาลสูงประจำรัฐ เพื่อตรวจสอบว่าฝ่ายไทยมีคุณสมบัติสมรสได้ตามกฎหมายไทย ท่านไม่ต้องติดต่อศาลเอง สำนักทะเบียนเป็นผู้ส่งเรื่องให้ ชื่อศาลต่างกันไปตามรัฐ เช่น Oberlandesgericht โดยทั่วไป Kammergericht ในกรุงเบอร์ลิน และ Hanseatisches Oberlandesgericht ในฮัมบวร์คและเบรเมิน แต่ทั้งหมดคือศาลระดับเดียวกัน

วันนัดจดทะเบียนกำหนดเมื่อไร

กำหนดได้ก็ต่อเมื่อสำนักทะเบียนและศาลตรวจสอบเอกสารเสร็จแล้ว จึงไม่สามารถวางแผนวันเดินทางล่วงหน้าได้อย่างแน่นอนตั้งแต่ต้น ขั้นตอนการตรวจสอบเป็นช่วงที่ใช้เวลานานที่สุดของกระบวนการ และเป็นขั้นตอนที่เร่งไม่ได้

ต้องขอวีซ่าแต่งงานเสมอไหม

ไม่เสมอไป หากท่านตั้งใจจะพำนักในเยอรมนีต่อหลังสมรส ต้องขอวีซ่าแต่งงานซึ่งเป็นวีซ่าประเภท D แต่หากเพียงเดินทางไปจดทะเบียนแล้วกลับประเทศไทย วีซ่าเชงเก้นประเภทเยี่ยมเยียนก็เพียงพอ ทั้งสองประเภทยื่นผ่าน VFS Global

ต้องมีความรู้ภาษาเยอรมันระดับ A1 ไหม

โดยทั่วไปต้องแสดงความรู้ภาษาเยอรมันระดับ A1 เมื่อขอวีซ่าประเภท D เพื่อพำนักระยะยาว ส่วนวีซ่าเชงเก้นประเภทเยี่ยมเยียนไม่ต้องแสดง

ถ้าไม่แจ้งบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่ไทยจะเป็นอย่างไร

การสมรสที่จดในเยอรมนีจะไม่ปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ในทางเอกสารท่านยังคงมีสถานภาพเดิม ซึ่งอาจมีผลต่อเรื่องมรดก ทรัพย์สิน สถานภาพของบุตร และการทำนิติกรรมในประเทศไทย จึงควรแจ้งบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่อำเภอตามภูมิลำเนาเดิม โดยจะไปเองหรือมอบอำนาจก็ได้ และดำเนินการพร้อมกับการเปลี่ยนนามสกุลในคราวเดียว

« การจดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทยเอกสารที่ต้องใช้ในกรณีที่มีสถานภาพโสด »